“สำหรับปี 2553 ถือว่าเป็นปีที่หนักสุดในชีวิตแล้ว ไม่คิดว่าชีวิตเราต้องมาเจอแบบนี้ แต่ทุกอย่างที่ผ่านมาแอนนี่คิดดีแล้วถึงทำ แล้วอีกอย่างเรื่องที่ผ่านมาถึงจุดนี้เหมือนมันถูกบีบบังคับจากหลายๆ ทาง ถูกบีบมาให้ไปซ้ายหรือขวา แต่เราก็ทำให้ดีที่สุด ซึ่งมันก็ทำให้เราได้รู้จักคนมากขึ้น ได้เห็นน้ำใจ ถ้าเราไม่เจอวิกฤติหรือความทุกข์จะไม่รู้เลยว่าใครเป็นเพื่อนแท้ แล้วก็น้ำใจที่หลั่งไหลเข้ามา ใครเป็นตัวตั้งตัวตีที่จะอยู่เคียงข้างเรา ตอนที่เราแย่ ก็มีลูกคอยเป็นกำลังใจให้ แล้วก็แม่ของแอนนี่ แล้วก็เพื่อนๆ ที่ยังไม่ทิ้งกัน ซึ่งก็มีเพื่อนๆ ที่ทิ้งเหมือนกันนะ เพราะว่าไม่กล้าเข้าใกล้กลัวเป็นข่าวกลัวเป็นเรื่อง ตรงนี้มันทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายในอนาคตว่า เราจะอยู่เคียงข้างกับเพื่อนคนไหนได้บ้าง”
“ส่วนเรื่องงาน อย่างที่บอกงานอีเว้นท์ไม่ค่อยมีแล้ว อย่าง 2-3 งานก่อนหน้านี้มันเป็นไปตามกระแส พอหมดกระแสก็หมดกัน ใครที่บอกว่าแอนนี่งานเยอะ จริงๆ แล้วไม่เยอะเลยตรงกันข้ามมากกว่า จากละครที่กำลังมีเข้ามาก็ไม่มีเลย งานหนังที่เคยเล่นมา 4-5 เรื่องตอนนี้ก็ไม่มีเลย งานอื่นๆ ก็ไม่มีเลย ตอนนี้ตกงาน มันกระทบมากเลย ยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่มีน้องอีก”
“ส่วนงานกับเวิร์คพ้อยท์ก็เป็นงานเก่าที่เราเคยทำมาก่อนแล้ว เขาก็ยังเมตตาสงสารให้เราเล่นต่อ แต่ว่ามันก็ยังไม่มีงานไหนเพิ่มขึ้น เหลือประจำแค่งานนี้ เรื่องงานอะไรต่างๆ แอนนี่พร้อมรับตลอด ฝากทางพี่ๆ สื่อมวลชนด้วยว่าแอนนี่อยากทำงานแล้วนะ แต่เราก็เข้าใจประเด็นหลักๆ ที่เป็นข่าวอยู่ว่า ทำไมเราถึงไม่มีงาน เรื่องข่าวที่ผ่านมาเหนื่อยกายยังไม่เท่าไหร่นะ แต่เหนื่อยใจมากกว่า ถ้าเราเลี้ยงลูกแล้วถ้ามันไม่มีอะไรอยู่ในใจมันก็คงดี แต่ตอนนี้มีความสุขมากได้เห็นลูก ตอนนี้หน้าตาน่าตีจะตาย (หัวเราะ) ขี้อ้อน อ้อนแม่เป็นแล้ว เริ่มอ้อแอ้”
แย้มคนใกล้ตัวรู้ดีว่าพ่อของ “น้องฑีฆายุ” เป็นใคร ยิ้มลูกชายยิ่งโตยิ่งเหมือนพ่อ โดยเฉพาะรอยยิ้มและใบหน้าที่ยาว
“นอกจากแอนนี่ที่รู้ว่าใครเป็นพ่อน้องคากิแล้ว ก็จะมีคนใกล้ตัว มีคนรู้ค่ะว่าเขาเป็นใคร อย่างที่คุณระเบียบรัตน์ได้พูดว่า คนเป็นพ่อก็ต้องเป็นไปตลอด แต่ถามว่าน้องมีอะไรเหมือนพ่อเขาไหม ก็คงจะเป็นรอยยิ้ม ตาเขาเหมือนแอนนี่ไง แต่หน้าเขายาวเหมือนพ่อ เพราะแอนนี่หน้าสั้น”
ขอบคุณข่าวแซ๋บจากผู้จัดการออนไลน์
แสดงความคิดเห็น
Click to see the code!
To insert emoticon you must added at least one space before the code.