พระตรีมูรติ มหาเทพผู้ซึ่งประทานความสมหวังในทุกประการ



พระตรีมูรติ (Trimurti) หรือ เทพทัตตาเตรยะ นั้นถือว่าเป็นเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศาสนาพราหมณ์ ทั้งนี้เนื่องมาจากพระตรีมูรตินี้เป็นการรวมกันของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ถึง 3 พระองค์เข้าด้วยกัน ซึ่งก็คือ พระพรหม, พระวิษณุ (พระนารายณ์) และพระศิวะ (พระศิวะ) ที่ถือว่าเป็น ผู้สร้าง (สฤษฏิ), ผู้รักษาโลก (สถิติ) และผู้ทำลาย (ประลัย) ในศาสนาพรหมณ์ โดยพระเทวานุภาพของพระตรีมูรตินั้นท่านสามารถประทานความสมหวังได้ในทุกเรื่องนทรงประทานพรให้เราสมหวังได้ทุกประการไม่ว่าจะเป็นความอุดมสมบูรณ์ในชีวิต การงาน หรือแม้แต่กระทั่งในเรื่องความรัก

โดยในสมัยโบราณกาลศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์ถือกำเนิดขึ้นมาโดยชาวอารยันเมื่อ 1000 ปีก่อนสมัยพุทธกาล โดยชาวฮินดูได้นำลัทธิพระเวทมาผสมผสานกับคติความเชื่อของคนพื้นเมืองอินเดียโบราณ ซึ่งมีความเชื่อกันว่าพระพรหมเป็นผู้สร้างโลกและได้มีการยกย่องชนชั้น พราหมณ์ เป็นชนชั้นสูงสุดในฐานะที่เป็นผู้ซึ่งสามารถติดต่อกับเทพเจ้าได้นั่นเอง โดยเทพเจ้าที่ได้รับการเคารพสูงสุดของศาสนาพราหมณ์นั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 พระองค์ ซึ่งก็คือ

1. พระพรหม ซึ่งมีพระนามอื่นที่เป็นที่นิยมเรียกกันคือ พระธาดา (ผู้ทรงไว้), พระปรเมศ (ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์) และพระโลเกศ (จอมโลก) ทรงได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ พระอาตมภู (ผู้เกิดเอง) ได้ทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นจากความว่างเปล่า โดยเมื่อทรงหว่านพืชลงในน้ำก็บังเกิดเป็นไข่ทองขึ้นและก้ได้ถือกำเนิดเป็นพระพรหม โดยพระพรหมจะทรงมีพระวรกายสีแดง มีสี่พระพักตร์ แปดพระกรรณ และสี่พระกร (บางแห่งว่ามี 8 พระกร) โดยทรงถือธารพระกร, ช้อนสำหรับหยอดเนยในไฟ, คัมภีร์, หม้อน้ำ, มีประคำล้อง และถือธนู และทรงมีหงส์เป็นพาหนะ

2. พระอิศวร  ซึ่งมีพระนามอื่นที่เป็นที่นิยมเรียกกันคือ พระตรีโลจนะ, พระมหาเทพ, จันทรเศขร, นิลกัณฐ์ โดยตำนานการกำเนิดของพระองค์อันหนึ่งกล่าวว่า ทรงเป็นโอรสของพระกัศยปกับนางสุรภี แต่บางตำนานก็กล่าวไว้ว่าทรงสร้างพระองค์ขึ้นเองจากพระเวทและพรธรรม โดยพระศิวะจะทรงมีพระวรกายสีขาว มีสามพระเนตร โดยทรงจะมีรูปพระจันทร์ครึ่งซีกอยู่เหนือพระเนตรที่สาม พระเกศามุ่นเป็นชฎา ทรงมีประคำกะโหลกหัวคนคล้องพระศอ พระสังวาลเป็นงู พระสอสีนิล ทรงนุ่งหนังเสือ, หนังกวางและหนังช้าง ทรงสถิตอยู่บนเขาไกรลาศในเทือกเขาหิมาลัย ทรงมีตรีศูลเป็นอาวุธ ถือคทายอดหัวกะโหลก ถือสังข์ ฯลฯ และทรงมีวัวเป็นพาหนะ

3. พระนารายณ์ ซึ่งมีพระนามอื่นที่เป็นที่นิยมเรียกกันคือ พระวิษณุ, พระพิษณุหริ, พระอนันตไศยน ตำนานถือกำเนิดของพระนารายณ์มีอยู่ว่าหลังจากที่พระอิศวรทรงบังเกิดขึ้นจากพระเวทและพระธรรมแล้ว ก็ทรงสร้างผู้ช่วยขึ้น โดยทรงเอาพระหัตถ์ซ้ายลูบพระหัตถ์ขวาและก็ได้ปรากฏเป็นองค์พระนารายณ์ขึึ้น และไปประทับอยู่ในเกษียรสมุทร ยามใดที่มีเหตุทุรยุคพระนารายณ์ก็มีหน้าที่ไปปราบและระงับทุกข์ โดยรูปโฉมของพระนารายณ์ที่จิตรกรนิยมเขียนก็จะเป็นบุรุษหนุ่มที่มีพระวรกายสีนิล ทรงแต่งอาภรณ์อย่างกษัตริย์ ทรงเสื้อสีเหลือง มีสี่พระกร ทรงตรีคทา จักร สังข์ บ้างก็ว่าทรงธนู ดอกบัว หรือพระขรรค์

และหากจะกล่าวถึงตำนานการกำเนิดของ “พระตรีมูรติ” ก็มีการกล่าวไว้ในหลายตำนานต่างๆกัน และหนึ่งในตำนานนั้นก็เช่นตำนานของ เทพทัตตาเตรยะ โดยคำว่า “ทัตตา” นั้นหมายถึง การมอบให้พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามพระองค์ ส่วนคำว่า “เตรยะ” นั้นหมายถึง ผู้เป็นบุตรของฤาษีเตรยะหรืออัตริ อันเป็นอวตารของมหาเทพทั้งสามพระองค์ หรือบ้างก็กล่าวกันว่าเป็นองค์พระนารายณ์ โดยตำนานนั้นมีอยู่ว่า ขณะที่ฤาษีที่มีนามว่า อณิมาณฺฑวฺย (อะ-นิ-มาน-ดับ-วยะ) กำลังนั่งสมาธิอยู่ก็ได้มีโจรกลุ่มหนึ่งได้หนีเจ้าหน้าที่มา ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้สอบถามถึงโจรกับฤาษี แต่ฤาษีไม่ได้ตอบคำถามใดๆเพราะว่ายังทำสมาธิอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าใจว่าฤาษีนั้นเป็นโจรจึงได้จับกุมตัวกลับไปเฝ้าพระราชา ซึ่งต่อมาฤาษีตนนี้ก็ได้ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยวิธีการเสียบตรีศูลที่บนยอดเขาแห่งหนึ่งแต่ฤาษียังไม่ถึงแก่ชีวิต ในระหว่างนั้นนางศีลวตี เดินทางผ่านมาโดยให้สามีที่มีชื่อว่า อุครศรวัส (อุค-คระ-ศระ-วัส) ขี่หลังเพื่อเดินทางผ่านเขาลูกนี้เพื่อที่จะไปหานางอนุสูรยาซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน ประกอบกับวันนั้นมีฝนตกหนักทำให้การเดินทางค่อนข้างลำบาก และเมื่อผ่านพวกเขาผ่านมาพบกับฤาษีสามีของนางจึงได้ตัดพ้อต่อว่าฤาษีีว่าเป็นเหตุให้ฝนตกหนัก และเมื่อฤาษีได้ยินเข้าจึงสาปแช่งให้ศีรษะของนายอุครศรวัสแตกเป็นเจ็ดเสี่ยงเมื่อยามที่พระอาทิตย์ขึ้น และเมื่อนางศีลวตีได้ยินคำสาปเข้า ก็ไม่ยอมให้สามีเป็นเช่นนั้น จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานขอไม่ให้พระอาทิตย์ขึ้นอีกเลย ปรากฎว่าคำอธิษฐานของเธอได้บังเกิดผลทำให้พระอาทิตย์ไม่ขึ้น จึงส่งผลให้เดือดร้อนกันไปทั่วทั้งสามโลก เหล่าเทวดาจึงพากันนำความไปแจ้งยังมหาเทพทั้งสามพระองค์ซึ่งก็คือ พระพรหม, พระศิวะ และ พระนารายณ์ ซึ่งทั้งสามพระองค์ (พระตรีมูรติ) ก็ไม่สามารถจะทำการใดๆได้นอกเสียจากว่านางศีลวตีจะถอนคำอธิษฐานนั้นเสีย พระตรีมูรติจึงเสด็จไปหานางอนุสูยาก่อนเพื่อให้นางไปขอร้องนางศีลวตีเพื่อให้ถอนคำอธิฐานนั้นเสียโดยที่สามีของเธอจะไม่เสียชีวิต นางศีลวตีจึงยอมแต่โดยดี จากนั้นพระตรีมูรติจึงได้ตรัสถามนางอนุสูยาที่ช่วยไปบอกนางศีลวตีถอนคำอธิฐานว่าต้องการพรสิ่งใด นางอนุสูยาจึงทูลขอให้พระตรีมูรติเกิดเป็นลูกของนางในภายภาคหน้า พระตรีมูรติจึงได้ประทานพรตามคำขอโดยที่พระนารายณ์ได้เกิดเป็นพระทัตตาเตรยะ,  พระศิวะได้เกิดเป็นทุรวาสัส และพระพรหมได้เกิดเป็นพระจันทร์

นอกจากตำนานที่ได้กล่าวมาในเบื้องต้นแล้วยังมีตำนานที่เกี่ยวกับพระตรีมูรติอีกว่า แต่เดิมนั้นเทพกับอสูรเป็นศัตรูกัน แต่เหล่าอสูรนั้นมีฤทธิ์มาก เหล่าเทวดาซึ่งกลัวว่าจะแพ้จึงพากันนำความไปกราบทูลแก่พระศิวะ, พระนารายณ์ และพระพรหม ทั้งสามพระองค์จึงร่วมกันทำพิธีกวนเกษียรสมุทรเพื่อทำเป็นน้ำอมฤตซึ่งหากใครได้ดื่มก็จะไม่ตายและยังได้ชวนให้เหล่าอสูรมาร่วมทำพิธีกรรมด้วยและให้สัญญาว่าจะให้ดื่มน้ำอมฤต จากนั้นพิธีกวนเกษียรสมุทรจึงได้บังเกิดขึ้นโดยใช้เขาพระสุเมรุเป็นไม้กวนเกษียรสมุทรและมีพระยาวาสุกรีเป็นเชือกพันรอบเขาพระสุเมรุ จากนั้นบรรดาเหล่าเทวดาและอสูรต่างช่วยกันชักสายเชือก พิธีกวนเกษียรสมุทรนี้ต้องใช้ระยะเวลาการดำเนินการหลายปี พระนารายณ์จึงทรงเล็งเห็นว่าหากทำพิธีกรรมนี้ไปเรื่อยๆอาจทำให้เขาพระสุเมรุทะลุพื้นทะเลไป พระองค์จึงแปลงกายไปเป็นเต่ายักษ์เพื่อลงไปรองรับแผ่นโลกไว้ เมื่อเวลาผ่านไป 1000 ปี พิธีกวนเกษียรสมุทรก็ประสบความสำเร็จเหล่าอสูรจึงพากันแย่งดื่มน้ำอมฤต พระนารายณ์จึงแปลงร่างเป็นสาวงามเพื่อล่อให้เหล่าอสูรไปอีกทางหนึ่ง เหล่าเทวดาจึงได้ดื่มน้ำอมฤตกันทั่วหน้า ส่วนฝ่ายอสูรมีเพียงพระราหูเท่านั้นที่ได้ดื่ม พระอาทิตย์และพระจันทร์ได้เห็นเข้าจึงพากันมาฟ้องพระนารายณ์ จึงเป็นเหตุให้พระองค์ขว้างจักรตัดกายพระราหูขาดเป็น 2 ส่วน แต่พระราหูนั้นยังไม่ตายจึงได้กลายมาเป็นตำนานการเกิดปรากฏการณ์สุริยคราสและจันทรคราสในปัจจุบัน

จากตำนานของพระตรีมูรติที่ได้กล่าวมาในเบื้องต้น ความศรัทธาที่มีต่อพระตรีมูรติ ได้สืบทอดต่อกันมาหลายยุคหลายสมัย จนพระตรีมูรติได้รับการเทิดทูนให้กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของการประทานความรักและความสมหวังให้มวลมนุษย์ตราบเท่าจนทุกวันนี้

คำ บูชา พระ ตรีมูรติ

สาธุ สาธุ สาธุ อุกาสะ ข้าแต่องค์พระตรีมูรติที่ยิ่งใหญ่ข้าพเจ้า นาย, นาง, นางสาว ……………………….( ชื่อ นามสกุล และที่อยู่ ) กราบเบื้องบาทแด่องค์ท่านแล้ว พระองค์เคยประทานพรแด่ทวยเทพทั้งหลาย ผู้ปฎิบัติดี ผู้ปฎิบัติชอบทั้งหลาย บัดนี้ข้าพเจ้ามากราบเบื้องบาทแด่พระองค์ท่านแล้ว จึงขอพรจากพระองค์ซึ่งประทานไว้ ณ บัดนี้ ( …..ขอพร….. )

เตสัง อัมหากัง พรใดอันประเสริฐจงมาบังเกิดแด่ข้าพเจ้า ตุมหากัง และจงบังเกิดแด่ผู้คุ้มครองข้าพเจ้า ฑีฆายุกา มหาเดชา มหาปัญญา มหาโภคา มหายะสา มหาลาภา ปัญจวีสติ ภยันจะ ทวัตติงสะ ฉันนะวุฒิติโรคัญจะ โสระสะ อุบัติอันตรายยัญจะ อัยยัญติกะ อันตรายยัญจะ พาหิระ อันตรายยัญจะ วิระหิตะวา โหตุ ยาวะชีวัง พระวิสตีติ (พระตรีมูรติ)

ที่มา  :  พระตรีมูรติ.com

แสดงความคิดเห็น

 
Top