มุมมองชีวิตเส้นทางซุปตาร์ของ'ชมพู่'อารยา© สนับสนุนโดย Kom Chad Luek มุมมองชีวิตเส้นทางซุปตาร์ของ'ชมพู่'อารยา
ผ่านร้อน ผ่านหนาว เผชิญหน้ากับทุกอุปสรรคของงานในวงการบันเทิงมามากมาย กว่าจะมาถึงวันนี้ ชื่อของ "ชมพู่" อารยา เอ ฮาร์เก็ต กลายเป็นทั้งซุปตาร์และนักแสดงในดวงใจของใครหลายคน วันนี้ "บันเทิง คม ชัด ลึก" มีโอกาสได้นัดสัมภาษณ์พิเศษ เพื่อแลกแปลกทัศนคติในชีวิตการทำงานของเธอคนนี้
งานละครปีนี้รับไว้ 2 เรื่อง
จริงๆ ชมไม่ได้ตั้งใจจะรับ 2 เรื่อง แต่เป็นจังหวะที่เรื่องแรงอย่าง "เดอะ คิวปิดส์ บริษัทรักอุตลุด" เลื่อนเปิดกล้องมา ทำให้มาชนกับ ระเริงไฟ และในตอนอื่นๆ ของคิวปิดส์เปิดกล้องไปแล้ว แต่ของชมอาจจะมีอยู่ในทุกๆ เรื่อง จะเหมือนซีรีส์อื่นๆ อาจจะต้องมีบางฉากบางตอนที่ต้องมาเจอกัน ตัวละครสาวๆ 8 คนในเรื่องจะเป็นพนักงานในออฟฟิศเดียวกัน เหมือนเล่นละคร 8 เรื่อง ตอนที่ชมเล่นกามเทพปราบมาร
อยากให้พูดถึง "เคน" ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ เล่นละครด้วยกันมา 5-6 เรื่องแล้ว
ชมไม่ได้นับเหมือนกันว่ากี่เรื่อง แต่ทั้งคิวปิดส์ และระเริงไฟ ก็เป็นพี่เคนทั้งคู่ จริงๆ ถ้ารู้ว่าเป็นพี่เคนเล่น ชมก็สบายใจ ด้วยความที่เราสนิทสนมกับทั้งพี่เคน พี่หน่อย (บุษกร วงศ์พัวพันธ์) แต่สำหรับชม สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับชมคือเวลาเราอ่านเรื่องแล้วเรานึกถึงเขาหรือเปล่า เหมือนกับเวลาที่ผู้จัดอ่านเรื่องแล้ว เขานึกถึงเราหรือเปล่า มันคือความเหมาะสมเวลาที่ผู้จัดวางตัว เราได้เล่นกับคนที่สนิทและสบายใจคือสิ่งที่ดี สำหรับชมไม่ได้มองว่าคนที่จะมาเล่นกับเราต้องประสบการณ์มากกว่าหรือน้อยกว่า เราเชื่อเรื่องความเหมาะสม เพราะละครจะประสบความสำเร็จหรือไม่สำเร็จต้องมาจากพื้นฐานความเชื่อก่อน
ละคร "ระเริงไฟ" ต้องมีการแก้แค้นกันไปมา
ในเรื่องความแค้นจะอยู่ในตัวพี่เคน เรื่องนี้เราจะเป็นคนถูกกระทำ แต่ไม่ใช่นางเอกน่าสงสาร บทในลักษณะนี้ชมยังไม่เคยเล่นนะ ถือว่าเป็นละครสูตรเหมือนกัน เมโลดราม่า ชมอ่านบทแล้วบอกพี่หน่อยว่า ตั้งแต่อยู่ในวงการมาเรื่องนี้น้ำเน่าสุด เท่าที่ชมเคยเล่น (หัวเราะ)
เวอร์ชั่นนี้จะมีเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างหรือไม่
ระเริงไฟ เป็นละครรีเมก การตีความต้องใหม่ทั้งหมด และชมจะไม่ย้อนกลับไปดูเวอร์ชั่นเก่าที่พี่หน่อย กับพี่จอนนี่ (จอนนี่ แอนโฟเน) เล่น มีเปิดดูไตเติ้ลละครบ้างนิดหน่อย ได้เห็นพี่หน่อยว่าเคยทำผมทรงอะไร (หัวเราะ) เพื่อให้เรารู้เรื่องราวบ้างว่าเกี่ยวกับอะไร แต่จะไม่ได้ดูมากกว่านั้น
ล่าสุดเพิ่งไปแฟชั่นวีค ที่ปารีสมา เป็นอย่างไรบ้าง
สนุกนะ ถ้าคนชอบดูดนตรี ดูละครบรอดเวย์ จะสนุกมาก ความจริงไปแค่ 3-4 วัน แต่เหมือนไปนาน เพราะเราทำหลายอย่าง ตารางเวลาแน่นมาก ทุกอย่างตอนที่ไปเป๊ะหมด เหนื่อยเหมือนกันนะ แต่สนุก ชมยังตื่นเต้นอยู่เลยนะ เหมือนเราไปเปิดโลก
ความรู้สึกที่ได้ไปแต่ละครั้งแตกต่างกันหรือไม่
มันเหมือนเราไปโรงหนัง ความรู้สึกที่ไปแต่ละครั้ง คือการดูหนังแต่ละเรื่อง ถึงแม้เราจะไปดูโรงเดิม แต่เนื้อหาไม่เหมือนกัน ซึ่งตรงนั้นคือสิ่งที่เราสนใจ ทุกครั้งที่เราไป เจอคนหน้าเก่าบ้าง หน้าใหม่บ้าง และบางคนเคยเจอกัน แต่ไม่เคยได้พูดคุยกัน ก็อาจจะเพิ่งเริ่มคุยกันก็มี ประสบการณ์ที่ได้หลายอย่าง ชมเป็นคนเห็นคุณค่าของศิลปะ การที่เราได้ไป เป็นประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ และเราให้คุณค่ามัน การที่เราได้ไปกระทบไหล่คนที่อยู่ในระดับแถวหน้าของโลก ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่เราได้เห็นการปรากฏตัวของเขา เรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่มีค่า ได้เห็นคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากมาย ไม่ใช่โลกที่เราจะเปิดประตูเข้าไปเมื่อไหร่ก็ได้
คนมองชมพู่ว่าเป็นผู้หญิงเลอค่า กลัวคนมองว่าเราเข้าถึงยากไหม
จริงๆ การทำงานของชมเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ชีวิตเรามีหลายแบบ บางครั้งเราก็อยากกินของง่ายๆ บางทีก็อยากกินของแพง ชีวิตเรามีหลายอย่าง ตรงนั้นเป็นแค่ด้านหนึ่งที่คนเห็นเรา ส่วนอื่นๆ เรายังมีให้มองอีกเยอะ
ความเรียบง่ายของชมพู่คืออะไร
ตอนนี้เราเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งนะ ชีวิตปกติก็ออกกำลังกาย วันไหนมีงานก็ออกมาทำงาน มาเจอเพื่อนบ้าง เราใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปเลย ไม่ได้มีอะไรมาก
ชีวิตหลังแต่งงานดูแล "น๊อต" วิศรุต มากขึ้นไหม
ยังปกติอยู่ ถามว่าดูแลกันมากขึ้นมั้ย ชีวิตไม่ได้ต่างจากตอนก่อนแต่งงานมาก จะหนักไปทางคุณน๊อตมากกว่า ช่วงนี้เขาจะยุ่งกับเรื่องแต่งบ้าน คุณน๊อตดูแลชมเยอะกว่าชมดูแลเขาอีก ถ้าเป็นเรื่องในบ้าน คุณน๊อตจะจัดการทั้งหมด ไลฟ์สไตล์ชมยังไม่เปลี่ยนมาก ทุกวันนี้ชมก็ยังไม่ได้ทำอาหารอยู่นะ (หัวเราะ)
เรื่องมีลูกมองไว้อย่างไรบ้าง
คงต้องเอาไว้ หลังจากปิดกล้องละครก่อน เพราะว่าเรารับงานมาแล้ว เดี๋ยวว่ากัน เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่ได้มาง่ายๆ บางคู่อยากมี ก็ไม่ได้มาเลย โดนถามเรื่องนี้ทุกวัน ยิ่งชีวิตการทำงานของเรา เรื่องอายุด้วย หลายคู่ก็รอนาน แต่ชมคิดว่าชีวิตช่วงนี้ของชมแข็งแรงนะ ถ้ามองย้อนไปหลายปีที่แล้ว ชมคิดว่าตัวเองไม่ได้แข็งแรงเท่าตอนนี้นะ แต่ไม่แน่ เพราะเรื่องภายนอกกับภายในไม่เหมือนกัน เรื่องลูกเราปล่อยตามธรรมชาติไปก่อน รอจังหวะเรื่องงานลงตัว
ตอนนี้มีงานพรีเซ็นเตอร์อะไรบ้าง
เป็นพรีเซ็นเตอร์ของลอรีอัล มาหลายปีแล้ว เริ่มจากแชมพูก่อน จากนั้นมาเป็นสกินแคร์ และเมกอัพ เป็นอันล่าสุดคือ "ลอรีอัล ปารีส ไวท์ เพอร์เฟคท์ คลีนิคอล" ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากการที่เอาทรีตเม้นท์ที่ดังๆ เวลาที่เราไปพบคุณหมอ การกระชับรูขุมขน การทำกลูต้า หรือการทำ IPL (Intense Pulsed Light การทำให้หน้าขาวใส) เป็นสิ่งที่เราต้องทำในคลินิก อาจจะมีค่าใช้จ่ายประมาณหนึ่งและเจ็บตัว แต่ลอรีอัลตัวนี้จะเลียนแบบนวัตกรรมเหล่านี้ เพื่อเอามาใส่ในขวด เหมือนเราสามารถทำเองได้ที่บ้าน ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า เป็นการดูแลตัวเองทุกๆ วัน
นี่แหละ..."ชมพู่" อารยา

แสดงความคิดเห็น

 
Top